บล.เอเซีย พลัส มอง เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นฟื้นตัวแบบ U-Shape
บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์ หุ้นไทยวันนี้ เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นฟื้นตัวแบบ U-Shape ปี 69 จับตาหุ้นกำไรแกร่งรับอานิสงส์ส่งออก-ท่องเที่ยว
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนเริ่มส่งสัญญาณบวกชัดเจนขึ้น หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวแกร่งกว่าคาด ขณะที่เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/2568
และกำลังเข้าสู่รอบการฟื้นตัว โดยมีแรงหนุนจากการเบิกจ่ายภาครัฐและการท่องเที่ยวที่คึกคัก พร้อมเปิดโผกลุ่มหุ้นผลประกอบการเด่นที่น่าจับตามอง
ASPS ระบุว่า เศรษฐกิจไทย รอดพ้น Technical Recession มุ่งหน้าปี 2569 สำหรับประเทศไทย ข้อมูลชี้ว่าเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยในไตรมาส 4/2568 คาดว่า GDP จะกลับมาขยายตัวได้ที่ +0.2% QoQ รอดพ้นจากภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะถดถอยในอีก 1 ปีข้างหน้าเพียงแค่ 15% เท่านั้น
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่เร่งตัวขึ้นถึง +25.2% การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวตามฤดูกาล (High Season) และภาคการส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำ) ที่ขยายตัวได้ 1.3% โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตร สำหรับปี 2569 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น (ราว 1.5-1.6%) แบบ "ช้าแต่ชัวร์" โดยมีแรงส่งจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง
ขณะที่เศรษฐกิจโลก สหรัฐฯ ฟื้นตัว-ความขัดแย้งผ่อนคลาย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับเชิงบวกหลังดัชนีภาคการผลิต (ISM) เดือนมกราคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 52.6 ซึ่งเป็นการขยายตัวแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนภาพเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่กำลังฟื้นตัวจริง แม้ตลาดจะลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟด (FED) ลงบ้างก็ตาม
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ปรับตัวลดลงกว่า 5.7% (MTD) โดยมีปัจจัยหนุนจากการเตรียมเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และการหารือไตรภาคี ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย รวมถึงประเด็นที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศลดภาษีนำเข้าจากอินเดียเหลือ 18% หลังอินเดียตกลงหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม กำไร บจ. 4Q68 และกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 4/2568 (อ้างอิงจาก 206 บริษัท คิดเป็น 75% ของมูลค่าตลาด) อยู่ที่ราว 2.32 แสนล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 61% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อน
กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ได้แก่
- กลุ่มเกษตร (AGRI), สื่อและสิ่งพิมพ์ (MEDIA), พาณิชย์ (COMM), บรรจุภัณฑ์ (PKG), ขนส่ง (TRANS), พลังงาน (ENERG) และการเงิน (FIN)
หุ้นเด่นแนะนำ (Strategic Picks): เน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตและมีการจ่ายปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจ
1. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: ORI (ปันผล 8.4%), SC (ปันผล 9.2%), SIRI (ปันผล 8.8%)
2. กลุ่มพลังงาน: PTT, BCP, GULF, BGRIM
3. กลุ่มพาณิชย์และสื่อ: CRC, COM7, PLANB, MAJOR
นอกจากนี้ สถิติย้อนหลัง 5 ปีบ่งชี้ว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 หุ้นในกลุ่ม AUTO, BANK, CONS, FIN, ICT, MEDIA และ PETRO มักจะสร้างผลตอบแทนได้ดี จึงเป็นจังหวะที่น่าสะสมหุ้นกลุ่มเหล่านี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB